mu1

อาวุธฟันแทง
      
เมื่อเข้ามาภายในพิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธแล้ว อาวุธกลุ่มแรกที่จะได้พบ คือ อาวุธฟันแทงแบบต่าง ๆ ซึ่งนับเป็นอาวุธประจำกายที่มีความสำคัญ และมีบทบาทในการสงครามมายาวนาน จนกระทั่งเมื่อมีการใช้ปืนไฟขนาดเล็กอย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ อาวุธฟันแทงจึงค่อย ๆ หมดบทบาทในการสู้รบลงไปอาวุธฟันแทง มีรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างไปตามวัตถุประสงค์การใช้ ทั้งฟัน แทงฟาด และตี โดยมากจะเลือกตามความถนัดของแต่ละบุคคล และด้วยเป็นอาวุธที่ใช้ในการรบระยะประชิด ขั้นตะลุมบอนหรือประจัญบาน อานุภาพของอาวุธฟันแทงจึงขึ้นอยู่กับพละกำลังความชำนาญ เชี่ยวชาญ และหาญกล้าของผู้ใช้เป็นสำคัญในประเทศไทย พบหลักฐานการใช้อาวุธฟันแทงมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อเริ่มมีการนำโลหะมาใช้ทำเครื่องมือต่าง ๆ เช่น ใบหอก หรือใบมีดสำริด ใบขวานเหล็ก และเริ่มมีรูปแบบมากขึ้นในสมัยประวัติศาสตร์ เมื่อมีการจัดตั้งกองทัพอาวุธฟันแทงจึงเป็นอาวุธประจำกายทหารเรื่อยมาจนถึงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ แม้ว่าจะเริ่มมีการใช้ปืนไฟขนาดเล็กแล้วก็ตาม จวบจนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการพัฒนาประเทศหลาย ๆ ด้านรวมทั้งด้านการทหารและการสรรพาวุธ มีการสั่งซื้อปืนเล็กแบบใหม่ ๆ เข้ามาประจำการในกองทัพมากขึ้นเรื่อย ๆ อาวุธฟันแทงจึงไม่ได้เป็นอาวุธประจำกายทหารสำหรับทำการรบอีกต่อไป แต่ยังคงมีความสำคัญในการเป็นเครื่องหมายแสดงฐานะยศ และเป็นเครื่องประกอบในพระราชพิธีต่าง ๆอาวุธฟันแทงที่ปรากฏว่ามีใช้ในประเทศไทยได้แก่ ดาบ กระบี่ กั้นหยั่น ทวน หอก ง้าว ของ้าวโตมร แหลน หลาว ตะบอง พลอง พร้า และมีดสำหรับในพิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธนั้น มีอาวุธฟันแทงอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
    อาวุธด้ามยาว   เป็นอาวุธที่มีส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือ  ส่วนตัวใบของอาวุธ และ ส่วนด้าม โดยทั่วไปมักใช้บนหลังม้าหรือหลังช้าง แต่ก็มีบางส่วนที่ใช้เป็นอาวุธประจำกายของทหารพลเดินเท้าด้วยเช่นเดียวกันโดยมีรูปแบบต่าง ๆ ที่น่าสนใจดังนี้
       หอก  เป็นอาวุธใช้แทงสำหรับทหารราบหรือพลเดินเท้า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ตัวหอกหรือใบหอก ทำด้วยเหล็กกล้า คันหอกทำด้วยไม้ หวายหรือเหล็ก มักมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 2.2 กิโลกรัมมีความยาวตั้งแต่ 2 เมตร ขึ้นไป ศูนย์กลางน้ำหนักต้องอยู่ชิดกับมือ หอกมี 2 แบบ คือ ชนิดที่มีกระบังและไม่มีกระบัง และมีหลายแบบทั้งตามการใช้และลักษณะ เช่น หอกซัด หอกทรงพระขรรค์ หอกใบข้าวหอกใบพายและแบบที่สร้างให้มีลักษณะพิเศษโดยเฉพาะ 
       ทวน  มีลักษณะเช่นเดียวกับหอกที่ไม่มีกระบัง มีสายหนังพันด้ามเพื่อใช้ในการจับ เป็นอาวุธที่มีความคล่องตัวในการใช้มากกว่าหอก ใช้ได้ทั้งบนหลังช้าง หลังม้า และพื้นราบ แต่มักใช้เป็นอาวุธสำหรับทหารม้าเป็นส่วนใหญ่ ทวนจะมีพู่ขนสัตว์ผูกไว้เป็นพวงตรงคอทวน โดยมากจะเป็นขนจามรีซึ่งถือเป็นสัตว์มงคล

mu2

(บน) ทวนด้ามหวาย ยาว 2.30 เมตร  (ล่าง) หอกด้ามไม้รวกแบบไม่มีกระบัง ยาว 2.30 เมตร

      ง้าว มีลักษณะเหมือนกับดาบด้ามยาวใช้สำหรับฟันและแทง ด้วยด้ามที่ยาวมากจึงต้องจับด้วยสองมือ และใช้ประโยชน์จากแรงเหวี่ยง ทำให้สามารถฟันได้ไกลและรุนแรงกว่าดาบ เป็นอาวุธที่ใช้ต่อสู้ได้ทั้งบนพื้นดินและหลังช้าง ประกอบด้วยตัวง้าว (ส่วนใบดาบ) กระบัง และคันง้าวหรือด้ามง้าวหากมีขอติดที่โคนตัวง้าวจะเรียกว่า ของ้าว ซึ่งใช้บนหลังช้างเท่านั้น
mu3

ง้าวด้ามไม้ ยาว 2.30 เมตร

กรมสรรพาวุธทหารบก
53  ถนนทหาร  แขวงถนนนครไชยศรี  เขตดุสิต  กรุงเทพมหานคร  10300
โทร  02-2431061-8