ประวัติ สพ.ทบ.

ประวัติกรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.)

สรรพาวุธ หมายถึง อาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งปวง กิจการสรรพาวุธ คือ งานที่เกี่ยวข้องกับอาวุธยุทโธปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับกิจการสรรพาวุธของกองทัพบก มีหน้าที่ดำเนินงานทั้งมวลเกี่ยวกับการจัดเตรียม อาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ สำหรับกองทัพ ซึ่งได้มีอายุครบ 111 ปี ในวันที่ 20 สิงหาคม2556 นี้ เมื่อนับจากวันก่อตั้งกรมสรรพาวุธ เมื่อปีพุทธศักราช 2445 หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว กิจการสรรพาวุธของกองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น เกิดขึ้นมาก่อนหน้าเป็นเวลาเนิ่นนานกว่าหลายร้อยปี แต่ได้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง จนคลี่คลายมาเป็นกรมสรรพาวุธต้นกำเนิด จากนั้นแล้วได้มีการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ต่อมาเป็นเวลากว่า 11 ทศวรรษ จนเป็น กรมสรรพาวุธทหารบก ในปัจจุบัน

เมื่อทหารมีอาวุธเป็นเครื่องมือในการปกป้อง ชาติและรักษาชีพของตน กิจการสรรพาวุธจึงเป็นงาน สำคัญที่กำเนิดและพัฒนาควบคู่กับกิจการทหารมา โดยตลอด นับตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุร จนถึงช่วงต้นรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว การจัดกองทัพเป็นการเกณฑ์ไพร่พลที่เป็นชาย ทุกคนเข้าร่วมทำการรบ โดยสังกัดกรม กองต่าง ๆ ในสมัยที่อาวุธประจำกายทหารคืออาวุธฟันแทง  ที่เลือกใช้ตามถนัด ไพร่พลจึงต้องนำอาวุธของตน มาเอง หน่วยงานด้านสรรพาวุธสมัยน้ันจึงมีหน้าท่ี จัดหาเฉพาะยุทโธปกรณ์สำคัญจำพวกปืนไฟและ ดินปืน แต่เมื่อเร่ิมมีการนำปืนเล็กมาเป็นอาวุธประจำ กายมากขึ้น การจัดหาอาวุธพร้อมเครื่องประกอบ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้าน สรรพาวุธในกองทัพ ดังเช่นนามหน่วยงานและ ตำแหน่งต่าง ๆ ที่มีกำหนดในกฎหมายตราสามดวงซึ่ง ตราขึ้นไว้ตั้งแต่สมัยอยุธยา ได้แก่ กรมแสงปืนโรงใหญ่  กรมรักษาตึกดิน นายกองตำดินปืน รักษาตึกดิน ทนายเลือกปืน กำนันพระแสงปืน เป็นต้น หน่วยงานและตำแหน่งเหล่านี้  มีอยู่ทั้งในส่วนงานทหารและงานพลเรือน และกระจายอยู่ กับกรม กองต่าง ๆ ไม่ได้เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงาน ใดโดยเฉพาะ เนื่องจากแต่ละกรมกองมีการบริหารจัดการ อาวุธในสังกัดของตนเอง จึงกล่าวได้ว่ากิจการสรรพาวุธนั้นมี ขึ้นมาเนิ่นนานนับร้อย ๆ ปีแล้ว เพียงแต่ยังมิได้มีลักษณะการ จัดหน่วยเช่นในปัจจุบันเท่านั้นเอง

จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้แยกกิจการทหารและพลเรือน ออกจากกัน ทำการจัดระเบียบหน่วยงานทหารเสียใหม่ โดย สร้างกองทัพที่เป็นทหารอาชีพ มีการฝึกฝนเป็นอย่างดีเพื่อทำหน้าที่ในการป้องกันประเทศ

ในปีพุทธศักราช 2443 กิจการสรรพาวุธ ของทหารบกและทหารเรือได้แยกการดำเนินงาน ออกจากกัน ในส่วนของทหารบกได้มีการสั่งซื้ออาวุธ แบบใหม่เข้าประจำการจำนวนมาก แต่ยังขาด ผู้ชำนาญที่ให้คำแนะนำการใช้และการดูแลรักษา แก่หน่วยต่าง ๆ จึงควรมีหน่วยงานที่ชำนาญงาน คอยตรวจตราให้คำแนะนำเช่นเดียวกับประเทศ อื่น ๆ โดยได้จัดตั้ง กองสารวัตรปืนใหญ่ ขึ้นในปี พุทธศักราช 2444 เป็นหน่วยในการบังคับบัญชา ของกรมยุทธนาธิการ (เทียบเท่ากับกองทัพบกในปัจจุบัน) ทำหน้าที่ตรวจรับอาวุธที่จัดซื้อเข้ามาใหม่ แนะนำการใช้ การดูแลรักษาอาวุธกระสุนดินดำให้กับหน่วยต่าง ๆ ตรวจตราสรรพาวุธ ที่แจกจ่ายไปแล้ว แก้ไขซ่อมสิ่งที่ชำรุด แนะนำการซ่อมปืนใหญ่ รวมทั้งผลิตกระสุนสำหรับการฝึกยิง โดยมีนายร้อยตรี หม่อมเจ้าบวรเดช กฤดากร เป็นหัวหน้าในตำแหน่งสารวัตรปืนใหญ่ การจัดตั้งกองสารวัตรปืนใหญ่นี้นับเป็นก้าวแรกของกิจการสรรพาวุธในกองทัพบกที่เริ่มเข้าสู่ความเป็นสากล และมีภาระหน้าที่ใกล้เคียงกับหน่วยงานในปัจจุบัน

          แต่อย่างไรก็ตามการพัฒนางานคลังและการผลิตก็เป็นงานที่ต้องมีการดำเนินการต่อไป เนื่องจากในช่วงระยะเวลานั้นยังคงมีหน่วยงานด้านการสรรพาวุธอื่น ๆ ที่แบ่งแยกหน้าที่และมีการทำงานที่ซ้ำซ้อน เป็นเหตุให้การเบิกจ่ายอาวุธและยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ เกิดความล่าช้า รวมทั้งการผลิตกระสุนของหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

          ทศวรรษที่ 1 ของกรมสรรพาวุธทหารบกเริ่มนับตั้งแต่การจัดตั้งกรมสรรพาวุธ ขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2445 ตามความในพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 20 สิงหาคม2445 (รัตนโกสินทรศก 121) โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสโมสรสรรพการ เป็นเจ้ากรมสรรพาวุธ มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)ขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการ มีหน้าที่ดำเนินงานด้านคลังอาวุธของทหารบกโดยเฉพาะ เป็นการคลังที่มีระบบแบบใหม่คือมีการกำหนดแผนการ จัดเก็บทำบัญชี ควบคุมการเบิก จ่าย การจัดระเบียบการขนย้ายอาวุธออกจากคลัง มีเวรประจำคลังและ เวรตรวจสรรพาวุธที่ต้องทำรายงานประจำวัน เจ้าหน้าที่ประจำคลังเหล่านี้มีเงินเดือนประจำแทนการเกณฑ์แรงงานแบบเดิม จากนามหน่วยและภารกิจด้านการคลังที่เป็นงานด้านหนึ่งของกรมสรรพาวุธทหารบกในปัจจุบันจึงได้ถือว่าหน่วยงานนี้เป็นหน่วยต้นกำเนิด
กำหนดให้ วันที่ 20 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสถาปนากรมสรรพาวุธทหารบก

วิสัยทัศน์

" ดำรงไว้ซึ่งอำนาจการยิง และความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ "

พันธกิจ

มีความพร้อมทั้งในด้านกำลังพล เครื่องมือ เครื่องจักร 
และการบริหารจัดการ ที่จะดำรงไว้ซึ่งอำนาจการยิง
และความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ของหน่วยทหาร 
ในการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภารกิจ

จัดเตรียม อาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด และยุทโธปกรณ์อื่นๆ
สำหรับกองทัพ

เรื่องราวของเรา

พุทธศักราช ๒๔๔๓

กิจการสรรพาวุธ ของทหารบกและทหารเรือได้แยกดำเนินงานออกจากกัน

ทศวรรษที่๑ (พุทธศักราช ๒๔๔๕)

มีการจัดตั้งกรมสรรพาวุธทหารบกขึ้นในปีพุทธศักราช๒๔๔๕
ตามความในพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๔๔๕
(รัตนโกสินทรศก ๑๒๑) โดยโปรดเกล้าให้พระยาสโมสร-
สรรพการ เป็นเจ้ากรมสรรพาวุธ

พุทธศักราช ๒๔๔๔

จัดตั้งกองสารวัตรปืนใหญ่ เป็นหน่วยในการบังคับบัญชา
ของกรมยุทธนาธิการ (เทียบเท่ากับกองทัพบกในปัจจุบัน)

พุทธศักราช ๒๕๕๖

กรมสรรพาวุธทหารบก อายุครบ ๑๑๑ ปี 
ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

เกี่ยวกับ สพ.ทบ.

กรมสรรพาวุธทหารบก มีภารกิจหน้าที่
ในการจัดเตรียมอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด
และยุทธโนปกรณ์อื่นๆ เพื่อสนับสนุน
ภารกิจของกองทัพ

ติดต่อเรา

กรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ)
53 ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี
เขตดุสิต กทม 10300

+2243 1061-8

ict[email protected]

 

สมัครรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียน

Search